Make your own free website on Tripod.com
ประวัติพระสุพรรณกลัยา

               พระสุพรรณกัลยาทรงเป็นพระธิดาใน สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระวิสุทธิกษัตรีย์ เป็นพระพี่นางของ สมเด็จ พระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ สมภพเมื่อวันเสาร์ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2065 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก (บริเวณที่ตั้ง โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ในปัจจุบัน)

               พระองค์เป็นวีรสตรีผู้กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ยอมพลัดพรากจาก แผ่นดินไทย ไปเป็นองค์ประกัน ณ กรุงหงสาวดี เพื่อแลกกับ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสม เด็จพระเอกาทศรถ ต่อมาได้ทรง สิ้นพระชนม์ชีพ ในแผ่นดินพม่า อย่างไร้พิธีอันสมพระยศ ความเสียสละอันใหญ่หลวง ของพระองค์ในครั้งนั้น เป็นผลทำให้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกลับมากอบกู้เอกราชของชาติไทยได้สำเร็จ วีรกรรมดังกล่าวของพระสุพรรณกัลยา จึงสมควรได้รับการเทิดพระเกียรติให้แพร่หลาย ยิ่งขึ้นสืบไปตลอดกาลนาน...

สถานที่สักการะบูชา

 

  • พระอนุสาวรีย์ พระสุพรรณกัลยาณี ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (กองทัพภาคที่ 3) อำเมือง จังหวัดพิษณุโลก
  • พระบรมรูป สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระรูป พระสุพรรณกัลยา ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม อ.เมือง จ.พิษณุโลก
  • พระบรมรูป พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ณ วัดลาดสิงห์ ตำบลบ้านสระ อ.สามชุม จ.สุพรรณบุรี
  • พระรูป ณ พระตำหนักสมเด็จพระนะรศวรมหาราช วัดดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี
  • พระเจดีย์ ณ วัดบ้านน้ำฮู อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่เชื่อกันว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างถวายพระสุพรรณกัลยา และภายในพระเจดีย์ ได้บรรจุเส้นพระเกษาของพระพี่นางฯไว้ด้วย

ตำนานพระสุพรรณกัลยา

                 หลังสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก เมื่อปี พุทธศักราช 2112 พระนาง และพระอนุชา ทั้งสองพระองค์ ไดัถูก พระเจ้าบุเรงนอง กวาดต้อนไปเป็นเชลย ยังเมืองหงสาวดี พร้อมด้วยพระมหินทราธิราชเจ้าเหนือหัว แต่พระมหินทราธิราช เสด็จสวรรคตที่เมือง อังวะเสียก่อน พม่าจึงแต่งตั้งให้พระมหาธรรมราชา ขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา ในขณะที่โอรส และธิดายัง เป็นเชลยอยู่ เพื่อเป็นองค์ประกัน ป้องกันการคิดทรยศของฝ่ายไทย ทั้งสามพี่น้องอยู่ที่หงสาวดีถึง 6 ปี จึงได้กลับมา กรุงศรีอยุธยาครั้งหนึ่ง เมื่อพระนาง มีพระชนมายุได้ 19 พรรษา ด้วยเหตุที่ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เกิดความพึงใจ ในพระสิริโฉม ของพระสุพรรณกัลยา จึงมาสู่ขอจากพระมหาธรรมราชา และนำกลับไปอภิเษก เป็นพระชายา ณ เมืองหงสาวดี ต่อมาพระนางได้ออกอุบาย ทูลขอให้พระอนุชาทั้งสองพระองค์กลับสู่กรุงศรีอยุธยา โดยอ้างว่า เพื่อไปช่วยพระบิดารับศึก พระยาละแวกแห่งเขมร พระสุพรรณกัลยา มีสถาพเหมือนถูกทอดทิ้ง ให้ผจญกรรมเพียงลำพัง กับไพร่พลเล็กน้อย ในท่ามกลาง หมู่อริราชศัตรู ทั้งสิ้น แต่กระนั้นพรtเจ้าหงสวดี บุเรงนอง ก็ทรงมีพระเมตตา รักใคร่สิเนหา แก่พระสุพรรณกัลยาอยู่ไม่น้อย และด้วยบารมีแห่งพระสุพรรณกัลยา ได้ปกแผ่คุ้มครองแก่คนไทย ที่ตกเป็นเชลยอยู่ในเมืองพม่า มิให้ได้รับความลำบาก

               ต่อมา มังไชยสิงหราช(นันทบุเรง) โอรสของพระเจ้า บุเรงนอง เป็นผู้มักมากในกามคุณ และต้องการเป็นใหญ่ จึงร่วมมือ กับชายาชาวไทยใหญ่ นามว่า "สุวนันทา" วางแผนชิงราชสมบัติ และแย่งอำนาจ ทำให้พระเจ้าบุเรงนองตรอม พระทัย และสวรรคตอย่างกระทันหัน เมื่อพระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์ เกิดความวุ่นวาย เนื่องด้วยการไม่ยอมรับ ของ พระญาติวงศ์หลายฝ่าย ทำให้พระจ้านันทบุเรง เกิดความหวาดระแวง กอปรด้วยรู้ว่า มีการรวบรวมไพร่พล เตรียมการ กู้ชาติ ของพระนเรศวร และพระเอกาทศรถ ทางเมืองไทย จึงสั่งจับจองจำพระมารดาเลี้ยง (พระสุพรรณกัลยา) และ พระธิดา องค์แรกของพระนาง ให้อดอาหาร ลงโทษทัณฑ์ ทุบตี โบย อย่างทารุณ ในขณะที่พระนาง ทรงครรภ์แปดเดือน จนพระธิดา สิ้นพระชนม์ จากนั้น ก็ทำทารุณกรรมต่อพระนางอีก จนอ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรง แล้วใช้ดาบฟัน ฆ่าพระนาง พร้อมด้วย ทารก ในครรภ์ แม้ร่างกายของพระนางสิ้นสูญแล้ว ก็ยังไม่เป็นที่สาแก่ใจ ของพระเจ้านันทบุเรง แม้ดวงวิญญาณของพระองค์ ก็ถูก กระทำพิธีทางไสยศาสตร์ ตราสังรัดตรึง ไม่ให้วิญญาณกลับสู่เมืองไทย ให้วนเวียนอยู่ อย่างทุกข์ทรมานนานนับร้อยปี

              ในปีพุทธศักราช 2490 หลวงปู่โง่น โสรโย แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จ.พิจิตร ได้รับกิจนิมนต์ จากพระมหาปีตะโก ภิกขุ ให้ไปช่วยงานด้านประติมากรรม ซ่อมแซมรูปปลายฝาผนังที่เมืองพะโค(หงสาวดี) ประเทศพม่า ในขณะนั้น ประเทศพม่ามีเหตุการณ์ทางการเมืองภายใน เกี่ยวกับสมณศักดิ์พระภิกษุ หลวงปู่โง่น พลอยต้องอธิกรณ์โทษ การเมืองไปด้วย กลับเมืองไทยไม่ได้ ระหว่างถูกกักบริเวณ ท่านใช้เวลาในการฝึกจิต กำหนดตัวแฝง และพลังแฝงในกายได้ สามารถติดต่อกับโลกวิญญาณ และได้เจ้าถึงกระแสพระวิญญาณที่สื่อสารต่อกัน กล่าวว่า ท่านเคยเป็นนายทหารช่าง สร้างบ้าน เมือง ทั้งยังเคยถูกพม่ากวาดต้อนไป พร้อมกับพระนางในครั้งนั้น เคยเป็นข้ารับใช้ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี ได้ ขอร้องให้ หลวงปู่โง่น ช่วยแก้พันธการทางไสยศาสตร์ เพื่อดวงวิญญาณของพระองค์ จะได้กลับไปเมืองไทย และให้นำ ภาพลักษณ์ ของพระองค์ อันเกิดจากกระแสพระวิญญาณ เผยแพร่ให้แก่ชาวไทย ผู้ลืมพระองค์ท่านไปแล้ว พระองค์จะกลับมา ทำคุณประโยชน์ ช่วยเหลือประเทศชาติ ทั้งยังปณิธาน จะกลับมาอุบัติเป็น เจ้าหญิงในปัจฉิมสมัยของวงศ์กษัตริย์ไทย จะสร้าง บารมี ประกอบคุณความดี เพื่อให้อยู่ในหัวใจ ของคนไทยทั้งประเทศ ด้วยเหตุเพราะคนไทย ลืมกู้ชาติของพระองค์ ที่ยอมสละ ความสุขในชีวิต เพื่อให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ มีโอกาสกู้ชาติบ้านเมืองได้สำเร็จ

                 ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หวงปู่โง่น โสรโย และท่านพลโทถนอม วัชรพุทธ แม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมมือกัน สร้างพระอนุสาวรีย์ ของพระสุพรรณกัลยา มีขนาดเท่าของจริง และได้อันเชิญ มาประดิษฐานไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ในบริเวณ "ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ใกล้กับพระบรมราชนุสาวรีย์ พระอนุชาทั้งสองพระองค์ โดยได้นำส่วนของสรีระ เช่น กระดูก ฟัน และเครื่องประดับของมีค่าบางอย่าง ที่ขุดค้นได้จกา แหล่งฝังพระศพของพระนาง นำมาบรรจุในพระอุระ ของพระรูปด้วย เพื่อให้ชาวไทยทุกคน ได้มีโอกาสเคารพสักการะ วีรสตรีผู้เสียสละยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด เพียงให้สยามไทย ได้คงอยู่ชั่วฟ้าดิน...


original web page from:
www.itv.co.th